“สอนเทรดคริปโต” 3 Step ต้องรู้ ! ก่อนเข้าสู่วงการเงินดิจิตัล

สอนเทรดคริปโต

ในช่วงหลายปีมีนี้มีสิ่งหนึ่งที่เป็นกระแสมาก ๆ นั่นก็คือเรื่องของ ‘การเทรดคริปโต’ ซึ่งเมื่อพูดถึงคำว่าคริปโตขึ้นมา กคงจะมีหลาย ๆ ท่านที่ยังไม่ค่อยรู้จักกันเสียเท่าไหร่ เพียงแต่แค่เคยได้ยินมา และในปัจจุบัน คริปโตนั้นก็กลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก แล้วการเทรดคริปโตมันเป็นยังไงและมีสิ่งใดที่ควรรู้บ้าง บทความนี้มีสอนเทรดคริปโตฉบับเริ่มต้นค่ะ

สารบัญ

คริปโต คืออะไร ?

คริปโต หรือ Cryptocurrency คือ สกุลเงินดิจิทัล หรือสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ประเภทหนึ่ง ซี่งสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตเคอรเรนซีนี้จะมีการรักษาความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสซึ่งจะต้องผ่านบล็อกเชนที่เป็นตัวรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมต่าง ๆ อีกทั้งยังมีความสามารถในการแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกันกับสกุลเงินทั่วไป เพียงแต่สกุลเงินดิจิทัลในลักษณะนี้นั้นไม่สามารถที่จะจับต้องได้ เช่น Bitcoin และ Ethereum

และในเมื่อมันจับต้องไม่ได้ทำไมผู้คนจึงอยากที่จะเริ่มต้นการเทรดคริปโตกันอยู่อีก คุณเคยสงสัยในส่วนตรงนี้หรือไม่ ซึ่งหากจะให้ตอบกันตามตรงเลยนั้น การที่เทรดคริปโตก็เปรียบเสมือนการลงทุนในรูปแบบหนึ่ง เพราะในอนาคตอันใกล้นี้ไม่แน่ว่าคริปโตหรือสกุลเงินดิจิทัลนี้อาจจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย หรือสามารถใช้จ่ายได้เช่นเดียวกันกับสกุลเงินทั่วไป อีกทั้งมูลค่าของมันนั้นก็มีมูลค่าที่สูงมาก ๆ ดังนั้นการลงทุนในการเทรดคริปโตจึงเป็นการลงทุนที่ดีที่จะส่งผลไปถึงอนาคตได้นั่นเอง

เหรียญคริปโต มีกี่ประเภท

เหรียญคริปโต มีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่

1. Stable Coin – เหรียญที่มีความมั่นคง

สอนเทรดคริปโต
"สอนเทรดคริปโต" 3 Step ต้องรู้ ! ก่อนเข้าสู่วงการเงินดิจิตัล

Stable Coin คือ เหรียญโทเคนดิจิทัลที่เข้ามาเพื่อช่วยในการทำให้สกุลเงินดิจิทัลหรือเหรียญดิจิทัลนั้นมีความผันผวนน้อยลง หรือหากแปลตามตัวแล้ว คำว่า “Stable Coin” นั้น ก็จะหมายถึง “เงินที่มั่นคง” นั่นเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วอัตราของเงินเหล่านี้นั้นก็ใช่ว่าจะมั่นคงเสมอไป เพราะมันจะผูกอยู่กับสินทรัพย์อื่นที่มีอัตราแลกเปลี่ยนที่คงที่ อย่างเช่น USDT , BUSD และ USDC นั่นเอง ซึ่ง Stable Coin นั้น ก็ยังสามารถแบ่งออกได้อีก 3 ประเภท ได้แก่

1.1 Fiat – Collateralized

คือ เหรียญหรือสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกรองรับด้วยสินทรัพย์จากโลกอนาล็อก ทั้ง ปอนด์ , ยูโร , และสกุลเงินที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกเลยก็คือ ดอลลาร์สหรัฐฯ นั่นเอง ซึ่งเหรียญที่มีมูลค่าสูงสุดนั้นก็จะเป็นเหรียญ Tether (USDT) โดยเหรียญชนิดนี้ก็จะถูกหนุนลังโดยสกุลเงิน USD ในอัตราส่วน 1:1 ซึ่งนั่นก็หมายถึง 1 USDT จะมีค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ นั่นเอง

1.2 Crypto – Collateralized

คือ Stable Coin ที่จะถูกหนุนหลังด้วย Crypto อีกหนึ่งตัว โดยจะเห็นว่า ในส่วนของคริปโตอีกหนึ่งตัวที่ทำหน้าที่หนุนหลัง Stable Coin ชนิดนี้นั้น ก็จะต้องมีความสามารถในการผันผวนด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นการที่จะออก Stable Coin ประเภทนี้จึงจะต้องมีการออกแบบ Over – Collateralized ซึ่งจะเป็นการแลกเปลี่ยนด้วยอัตราส่วนที่มีมากกว่า 1 เท่า เพื่อที่ว่าหากวันหนึ่งนั้นตัวคริปโตที่เป็นตัวหนุนหลังเกิดการผันผวนที่มากเกินไป ก็จะยังมีคริปโตอีกตัวที่ยังคงสามารถใช้ในการแลกเปลี่ยนได้เช่นเดิม โดยเหรียญ Stable Coin ชนิดนี้ที่ทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีเลยก็จะได้แก่ เหรียญ DAI ซึ่งจะเป็นเหรียญที่จะต้องใช้คริปโตอีกหนึ่งตัวมาหนุนหลังหรือค้ำประกันอีกที

ซึ่งข้อดีของเหรียญประเภทนี้ก็คือไม่จำเป็นที่จะต้องมีตัวกลางในการแลกเปลี่ยน จึงสามารถที่จะใช้เหรียญนี้ต่อทันที ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะถูกมาใช้ใน Decentralized Finance (DeFi) ที่ไม่ต้องมีตัวกลางในการและกเปลี่ยนและไม่ต้องได้รับการอนุญาตใด ๆ และยังมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า Centralized Finance อีกด้วย

1.3 Non – Collateralized

Non – Collateralized คือ Stable Coin ที่ไม่ได้ถูกหนุนหลังหรือค้ำประกันด้วยสินทรัพย์ใด ๆ เลย แต่ในส่วนของ Non – Collateralized นั้น ก็ยังคงมีกลไกพิเศษที่ใช้สำหรับการควบคุมราคาอยู่ เช่น หากจำนวนเหรียญมีราคาที่ลดน้อยลง ก็จะมีการปรับจำนวนเหรียญให้ลดลงไปด้วยหรือในทางกลับกัน หากจำนวนเหรียญมีราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ก็จะมีการปรับจำนวนเหรียญให้เพิ่มมากขึ้นไปด้วยนั่นเอง

2. Altcoin – เหรียญทางเลือก

Altcoin หรือ Alternative Coin คือ เหรียญคริปโตเคอเรนซีอื่น ๆ ที่นอกเหนือจาก Bitcoin ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ Altcoin ได้เกิดขึ้นมานั้น ก็มีผลมาจากข้อด้อยบางอย่างที่มีอยู่ใน Bitcoin จึงทำให้มีผู้คิดค้นสิ่งที่ดีกว่าขึ้นมา ซึ่งความแตกต่างของ Altcoin และ Bitcoin นั้น ก็จะมีอยู่หลายอย่างเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่มีความสะดวกและรวดเร็วมากกว่า อีกทั้งยังมีความส่วนตัวที่มากกว่า Bitcoin นอกจากนี้ก็ยังมีความแตกต่างในเรื่องของวิธีการขุดอีก แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า Altcoin นั้น จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทีหลังจาก Bitcoin และมีความน่าสนใจมากกว่าในหลาย ๆ เรื่อง แต่หากเป็นในเรื่องของราคาเหรียญแล้วบอกเลยค่ะว่า Bitcoin ก็ยังคงเป็นผู้นำอยู่ดี เนื่องจาก Altcoin จะมีการปรับราคาขึ้นหรือลงนั้น บางครั้งก็จะขึ้นอยู่กับ Bitcoin ว่ามีการปรับราคาที่ขึ้นหรือลง ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ Altcoin ยังคงเป็นอยู่จนถึงปัจจุบัน

การเทรดคริปโต คืออะไร

การเทรดคริปโต คือ การซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล เพื่อเป็นการเก็งกำไร โดยราคาของเหรียญและอัตราการแลกเปลี่ยนนั้นก็จะมีทิศทางขึ้นหรือลง ขึ้นอยู่กับการผันผวนของเหรียญนั้น ๆ ซึ่นักเทรด หรือที่เราเรียกกันว่า Trader นั้น ก็จะมีหลักในการเทรดที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันค่ะนั่นก็คือการเลือกสินทรัพย์ที่จะมีความผันผวนสูง ซึ่งการเลือกในลักษณะนี้นั้นจะมีประโยชน์ตรงที่ว่าจะทำให้การซื้อขายและการแลกเปลี่ยนนั้นเป็นไปได้ง่ายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งการถือเหรียญนั้นจะมีข้อดีในเรื่องของการเก็งกำไรในระยะยาว เนื่องจากความผันผวนของเหรียญต่าง ๆ นั้นจะมีการขึ้นและลงอยู่เสมอ ทำให้นักเทรดจำเป็นที่จะเลือกในการลงทุนให้เป็นอย่างดี

เตรียมตัว ทำความเข้าใจ NFT & Metaverse

สอนเทรดคริปโต
"สอนเทรดคริปโต" 3 Step ต้องรู้ ! ก่อนเข้าสู่วงการเงินดิจิตัล

ในปัจจุบัน เราคงจะเคยคุ้นชื่อของ NFT (Non-Fungible Token) และ Metaverse กันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ แล้วคุณรู้หรือไม่ว่ามันเกี่ยวข้องกับการเทรดคริปโตอย่างไรบ้าง โดยในส่วนของ NFT นั้น จะเป็นคริปโตเคอเรนซีประเภทหนึ่งที่เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของในสิ่งนั้น ๆ ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีผู้คนให้ความสนใจในการเทรดคริปโตผ่าน NFT เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเหล่าศิลปินทั้งหลาย ที่เริ่มนำผลงานของตัวเองมาลงประมูลใน NFT กันอย่างมากมาย

ซึ่งการลงประมูลใน NFT นั้น หากใครที่มีการประมูลมากที่สุดก็จะได้กรรมสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้กับสิ่งนั้น แต่ในส่วนของเรื่องลิขสิทธิ์ก็ยังคงเป็นของเจ้าของผลงานอยู่ โดยการเทรดคริปโตผ่าน NFT ก็จะมีสื่อกลางที่จะทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วย Metaverse ซึ่งจะทำให้เกิดความโปร่งใส และสามารถที่จะตรวจสอบได้ อีกทั้งคริปโตเอคเรนซียังเป็นสินทรัพย์ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนของ Metaverse อีกด้วย

การจัดเก็บภาษีคริปโต

ในเรื่องของการเก็บภาษีคริปโตนั้นกลายเป็นประเด็นที่นักเทรดทั้งหลายให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก โดยเมื่อปี 2561 ประเทศไทยได้มีการออกพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลขึ้นมา โดยที่อัตราของการเก็บภาษีคริปโตนั้นจะอยู่ 15% โดยอิงจาก SCBS ซึ่งได้มีการจับมือกับ Bitkub และจะเก็บภาษีเมื่อผู้เทรดได้กำไร ซึ่งอำนาจในการดูแลเกี่ยวกับเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของ กลต. ส่วนเรื่องภาษีนั้นจะเป็นหน้าทาของสรรพากร ซึ่งก็มีกฎหมายที่เรียกว่า ประมวลรัษฎากร ออกมา ซึ่งเป็นการเพิ่มการเก็บภาษีขึ้นมาอีก 2 ประเภท นั่นก็ได้แก่ รายได้จากคริปโตเคอเรนซีและโทเคนดิจิทัลนั่นเอง

ในฝั่งประเทศอเมริกานั้นก็มีเรื่องของการเก็บภาษีคริปโตเช่นกันค่ะ ซึ่งการเก็บภาษีคริปโตของอเมริกานั้นจะมีอัตราในการเก็บภาษีเช่นเดียวกับการเล่นหุ้น หาเราเลือกที่จะลงทุนในระยะยาว ก็จะถูกจัดเก็บภาษี 0-20% แต่ในทางกลับกันหากลงทุนในระยะสั้นนั้น ก็จะถูกจัดเก็บภาษี 0-10% นั่นเองค่ะ

สอนเทรดคริปโต 3 step สำหรับผู้เริ่มต้น

1. เริ่มต้นเทรดคริปโต ที่ไหนดี

Bitkub แอพเทรดคริปโตที่มีเจ้าของเป็นคนไทย

Bitkub แหล่งเทรดคริปโตที่มีเจ้าของเป็นคนไทย ซึ่งจะมาในรูปแบบของแอพพลิเคชันและเว็บไซต์ที่สามารถติดตามการเทรดได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีการยืนยันตัวตนก่อนเริ่มการเทรดที่รัดกุมและรอบคอบ ทำให้กลายเป็นแหล่งในการเทรดคริปโตอันดับ 1 ของประเทศไทยไปได้อย่างง่ายดาย และอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นในพาร์ทเรื่องการเก็บภาษีคริปโตที่ทาง SCBS ได้ร่วมมือกับ ทาง Bitkub นั้นหากเราได้กำไรก็จะถูกจัดเก็บภาษีอยู่ที่ 15% อีกทั้งภายในแอพและเว็บไซต์ยังมีความสะดวกและง่ายต่อการใช้งาน

Binance แอพสำหรับนักเทรดคริปโตทั่วโลกยอดนิยม

Binance เชื่อว่าเป็นแอพที่คุณจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีค่ะ เพราะแอพพลิเคชันสำหรับการเทรดคริปโตที่คนทั่วโลกนิยมใช้งาน ซึ่งภายในนั้นจะมีสกุลเงินดิจิทัลให้เลือกถึง 337 สกุล อีกทั้งฟังก์ชันภายในแอพก็ยังใช้งานง่ายและถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นหมวดหมู่ โดยสิ่งที่น่าสนใจภายในแอพนี้ก็คือการเทรดแบบ P2P ค่ะ ซึ่งเรานั้นจะสามารถเลือกได้ว่าจะขายเหรียญหรือซื้อเหรียญเก็บเอาไว้ โดยหากเราเลือกที่จะขายเหรียญนั้นก็จะมีการดำเนินธุรกรรมทางการเงินผ่านแอพพลิเคชัน I-Banking ต่อไปนั่นเอง

2. ข่าวคริปโตล่าสุด ตลาดคริปโตวันนี้

การติดตามข่าวสารก็ถือเป็นวิธีที่สำคัญมากๆอย่างนึงในโลกของการเทรตไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นใดๆ หรือจะเป็นคริปโต เพราะต้องยอมรับว่าราคาขึ้นลงก็มามีที่มาที่ไปหลักๆจากกระแสข่าวโลก อย่างล่าสุด คือสงครามระหว่างรัศเซีย กับ ยูเครน ก็สั่นสะเทือนไปถึงตลาดเหรียญคริปโตอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ bitcoin รวมไปถึงเหรียญ Luna ของ Terra Chain ที่จากมีมูลค่า ก็กลายเป็นทำให้ผู้คนที่ถือแบบหมดหน้าตักด้วยความเชื่อที่ว่าจะเป็นไปได้ ดูมีอนาคต ทั้งหมดก็สามารถพังลงได้ เพราะฉะนั้นการติดตามข่าวจากทั่วโลก รวมไปถึงกูรู ผู้เชี่ยวชาญเองก็สำคัญไม่ใช่น้อย

3. ต้องรู้จัก มาร์เก็ตแคปคริปโต

มาร์เก็ตแคปคริปโต (Cryptocurrency Market Cap.) คือ มูลค่าตามตลาดโดยรวมของคริปโตเคอเรนซี ทั้งหมดที่การนำไปลิสต์ไว้บนบอร์ดแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งมาร์เก็ตแคปคริปโตนี้จะเป็นตัวที่บ่งบอกถึงมูลค่าของเหรียญทั้งหมดในตลาด โดยความพิเศษของมาร์เก็ตแคปนี้จะเป็นตัวช่วยที่สามารถบอกพื้นฐานของคริปโตแต่ละตัวได้ เช่น เหรียญ USDT ที่ 1 เหรียญนั้นจะมีมูลค่าอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือจะเป็นเหรียญ USDC ที่ 1 เหรียญนั้นก็มีมูลค่า 1 ดอลลาร์สหรัฐเช่นเดียวกัน ซึ่งการที่เราได้รู้จักมาร์เก็ตแคปคริปโตนั้น ก็จะช่วยให้เราสามารถเลือกเทรดและเลือกซื้อเหรียญหรือลงทุนร่วมกับเหรียญนั้น ๆ ได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

สรุป สอนการเทรดคริปโต

ทั้งหมดที่ทางเราแบ่งปันในบทความนี้ ก็ถือว่าเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างครบครันสำหรับมือใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในวงการคริปโต หากทุกๆท่านอยากชำนาญ และ ไม่อยากลองผิดลองถูกเอง ก็แนะนำว่าให้หากูรูเก่งๆ สอนเทรดคริปโต เพราะเราเชื่อว่า ในทุกๆงานที่เราจะทำ ถ้าเริ่มต้นจากการเข้าใจพื้นฐานอย่างดีนั้น จะสามารถอยู่รอด และ ปรับตัวได้เก่งกว่าคนที่ไม่รู้พื้นฐานอะไรเลยนั้นเอง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์
    Always Active

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึก