Grammar คืออะไร ? เริ่มต้นปูพื้นฐานภาษาอังกฤษอย่างมั่นคง !

grammar

Grammar นั้นสำคัญต่อการสื่อสารภาษาอังกฤษขนาดไหน

การศึกษาไวยกรณ์พื้นฐาน เป็นการปูพื้นฐานทางการศึกษาภาษาอังกฤษที่ดีที่คุณครูและผู้ปกครองควรแนะแนวให้เด็ก ๆ เกิดความเข้าใจอย่างง่าย โดยเฉพาะใบงานภาษาอังกฤษอย่าง Articles Worksheet แล้วมั่นใจได้เลยว่าสื่อการสอนในรูปแบบนี้ จะทำให้เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ในเรื่องของไวยกรณ์พื้นฐานอย่างเรื่อง a , an , และ the ได้อย่างถูกต้อง ซึ่ง Grammar คือ ไวยกรณ์ในภาษาอังกฤษนั้นก็มีหลากหลาย Tense และหลากหลายรูปแบบ การที่ได้ศึกษาไวยกรณ์เบื้องต้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการนำไปต่อยอดในเรื่องของไวยกรณ์ภาษาอังกฤษ

เริ่มต้นจากฝึก Grammar เบื้องต้น

โดย Grammar เบื้องต้นที่นักเรียนจะได้เจอในช่วงประถมนั้นก็มีอยู่ด้วยกัน หลาย ๆ เรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องก็ล้วนแต่เป็นไวยกรณ์พื้นฐานทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง is , am , are ที่จำเป็นจะต้องใช้ในเกือบทุกประโยคของภาษาอังกฤษ , เรื่อง Can I have something ? ที่เป็นประโยคในการขอร้อง , และอีกเรื่องที่เด็ก ๆ จะต้องได้เจออย่างแน่นอนนั่นก็คือเรื่อง I have ที่เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของนั่นเอง รวมถึงยังมีเรื่องสรรพนามในแต่ละบุรุษมาให้นักเรียนได้เรียนรู้เพื่อที่จะสามารถนำไวยกรณ์ภาษาอังกฤษไปใช้ได้อย่างถูกต้องในชีวิตประจำวัน

Grammar ในชีวิตประจำวัน

ภาษาอังกฤษ ถือเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งเรื่องการเรียน การทำงาน และการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ส่งเสริมให้มีการศึกษาภาษาอังกฤษแบบเข้มข้นเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต ดังนั้นการศึกษาภาษาอังกฤษที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้เรื่อง Grammar ได้นั้น ก็ถือว่าเป็นประโยชน์แก่ตัวของผู้เรียนเอง ซึ่งก็แน่นอนว่าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องนั้น การศึกษา Grammar ให้เข้าใจจึงเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง

5 Tense Grammar ที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

Grammar คือ ไวยกรณ์ภาษาอังกฤษที่มีรูปแบบของโครงสร้างในการสร้างประโยคที่ถูกต้องตามแบบฉบับของการใช้ภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง ซึ่งเราจะเรียกโครงสร้างประโยคเหล่านั้นว่า “Tense” ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 12 Tense โดยแต่ Tense นั้นก็จะมีความเกี่ยวข้องกับเวลาทั้งสิ้น นั่นก็คือ Past (อดีต) Present (ปัจจุบัน) และ Future (อนาคต) นั่นเอง แต่ในชีวิตประจำวันนั้น เราจำเป็นต้องใช้ทั้ง 12 Tense นี้ จริง ๆ หรือวันนี้เราจึงจะมาแนะนำ 5 Tense ที่สามารถใช้ได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันกันค่ะ

Past Simple Tense

Past Simple Tense คือ การบอกกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำในอดีตที่ผ่านมาและจบลงไปแล้ว โดยมีโครงสร้าง

S+V2 (ed/เปลี่ยนรูป)

เช่น 

I ate French Fired last night.

ฉันกินเฟรนช์ฟรายเมื่อคืนนี้ (กินไปแล้ว)

He ran to School yesterday.

เขาวิ่งไปโรงเรียนเมื่อวานนี้ (วิ่งไปแล้ว)

She went to Supermarket last Monday.

หล่อนไปที่ซุปเปอร์มาร์เกตตอนวันจันทร์ที่แล้ว (ไปมาแล้ว)

Present Simple Tense

Present Simple Tense คือ การบอกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันอยู่เป็นประจำ ซึ่งมักจะมีคำบอกความถี่ของการเกิดขึ้น เช่น always , often , sometime , usually , seldom เป็นต้น โดยมีโครงสร้าง

S + V1 (s/es)

เช่น

I eats French Fired in the night.

ฉันกินเฟรนช์ฟรายด์ตอนกลางคืน (คืนนี้ก็ยังคงกินอยู่)

He always do homework. (ตอนนี้เขาก็ยังทำการบ้านสม่ำเสมอเช่นเคย)

เขาทำการบ้านเสมอ 

She goes to Supermarket everyday. 

หล่อนไปซุปเปอร์มาเกตทุกวัน (วันนี้ก็ไปอีก)

Present Continuous Tense

Present Continuous Tense คือ การบอกกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ในตอนนี้ ขณะนี้ และเวลานี้ ซึ่งเป็น Tense ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยมีโครงสร้างประโยค

S + V to be (is , am , are) + V1+ing

เช่น

I’m (am) eating French Fired.

ฉันกำลังกินเฟรนช์ฟราย

He’s (is) running to school.

เขากำลังวิ่งไปโรงเรียน

She’s (is) going to Supermarket.

หล่อนกำลังไปซุปเปอร์มาร์เกต

Future Simple Tense

Future Simple Tense คือ การบอกกล่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์เอาไว้แล้ว หรืออาจะเป็นการพูดถึงหรือวางแผนบางสิ่งบางอย่างไว้ในอนาคตโดยที่มีการระบุช่วงเวลาเอาไว้แล้ว มักจะมีคำว่าว่า next year , next month , tomorrow ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคำที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาในอนาคตทั้งสิ้น โดยมีโครงสร้าง

S + will/shall + V1

เช่น

I will go to China next year.

ฉันจะไปประเทศจีนปีหน้า

He will watch action movie tomorrow.

เขาจะดูหนังแอคชันพรุ่งนี้

She will read a book for test next month.

เดือนหน้าหล่อนจะอ่านหนังสือเพื่อสอบ 

Present Perfect Tense

Present Perfect Tense คือ การบอกกล่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ทีเกิดขึ้นในอดีตและมีความต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมักจะมีคำว่า until , while , since เป็นต้น โดยมีโครงสร้างประโยค 

S + has/have + been + V1 + ing

เช่น

I have been swimming.

ฉันกำลังว่ายน้ำ (ตอนนี้ก็ยังว่ายอยู่ ยังไม่ได้ขึ้นจากน้ำ)

He has been playing badminton.

เขากำลังเล่นแบดมินตัน (ตอนนี้ก็ยังเล่นอยู่ ยังไม่ได้เลิกเล่น)

She has been going to the mall.

เขาไปที่ห้างสรรพสินค้า (ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่ห้าง ยังไม่กลับมา)

เพราะการเรียนรู้ Grammar คือการให้เกียรติที่ไม่ควรวางเฉย

grammar-คือ
Grammar คืออะไร ? เริ่มต้นปูพื้นฐานภาษาอังกฤษอย่างมั่นคง !

หลาย ๆ ท่านคงจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ไม่ต้องสนใจเรื่องไวยกรณ์มาก ฝรั่งเขาเข้าใจ’ แต่การพูดแบบนี้นั้นเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการเรียนภาษาอังกฤษที่ผิด เพราะการศึกษาไวยกรณ์ให้ถูกต้องนั้นก็ถือเป็นมารยาทและการให้เกียรติในภาษาของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่มีไวยกรณ์อยู่หลาย Tense แถมยังต้องใช้เวลาในการศึกษาที่นานพอสมควรจึงจะเข้าใจ การมีใบงานภาษาอังกฤษ Articles Worksheet จึงเป็นการเปิดประตูด่านแรกที่จะทำให้เด็ก ๆ ได้เข้าใจเกี่ยวกับไวยกรณ์ที่ควรรู้

หากเด็ก ๆ และนักเรียนของท่านสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับไวยกรณ์พื้นฐานในเรื่องของ a , an , และ the ได้แล้ว การที่พวกเขาจะไปศึกษาในเรื่องกลุ่มคำหรือวลีอื่น ๆ รวมถึง Tense ต่าง ๆ ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมา ซึ่งก็มีการวิจัยมาแล้วว่าหากผู้ปกครองและพ่อแม่ท่านใดส่งเสริมให้เด็ก ๆ ทำในสิ่ง ๆ นั้นตั้งแต่เด็ก ๆ เมื่อเขาเริ่มเติบโตขึ้นเขาก็จะสามารถทำสิ่งนั้นได้อย่างดีขึ้นเป็นลำดับขึ้นไป ซึ่งหากจะลองพิจรณาเกี่ยวกับเรื่องนี้ดู ก็เห็นว่าจะเป็นเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ อย่างเช่น คลิปเด็กพูดได้ 5 ภาษามาให้เราได้เห็นทางสื่อออนไลน์นั่นเอง

ศึกษาไวยกรณ์น่ารู้ Articles Worksheet

แน่นอนหากผู้ปกครองและพ่อแม่ท่านใดปลูกฝังให้บุตรหลานของท่านเกิดความสนใจในภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็ก อาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะเป็นผู้ที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ดีได้ในอนาคต ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่น่าสนับสนุน เพราะภาษาอังกฤษถือเป็นการลงทุนที่จะไม่ขาดทุน สามารถประกอบอาชีพได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ล่าม , นักแปล , หรือแม้กระทั่งการทำงานในบริษัทต่าง ๆ ผู้ที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีจะมีโอกาสในความก้าวหน้าของงานมากกว่าผู้อื่น

ใบงาน Article Worksheet เหมาะสำหรับเด็ก ๆ และนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในช่วงชั้นประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษา เพราะมีเนื้อหาที่สามารถนำมาต่อยอดจากการศึกษาเรื่อง Grammar เบื้องต้นในช่วงประถมไปจนถึงมัธยมได้ ซึ่งใบงานภาษาอังกฤษนี้จะทำให้นักเรียนมีความรู้และความเข้าใจในเรื่อง a , an , และ the ได้มากขึ้น ทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรประมาท ดังนั้นหากอยากให้เด็ก ๆ มีความรู้ในเรื่องไวยกรณ์ Articles Worksheet ก็เป็นตัวเลือกดี ๆ ที่เหมาะแก่การศึกษาไวยกรณ์อย่างมาก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save