"มีน ไททศมิตร" เรื่องราวของเด็กใต้ สู่ มือกีตาร์เพื่อชีวิตยุคใหม่

“มีน ไททศมิตร” เรื่องราวของเด็กใต้ สู่ มือกีตาร์เพื่อชีวิตยุคใหม่

        สวัสดีครับ วันนี้แขกรับเชิญของเรา เป็นรุ่นน้องในโรงเรียนมัธยมเดียวกันกับเรา (โรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล) ในจังหวัดกระบี่ และแขกรับเชิญคนที่มีประวัติน่าสนใจนี้ ก็คือ มีน ไททศมิตร ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งกับเว็บไซต์ The Chapt ของเรานะครับ ที่กำลังจะได้ร่วมแบ่งปันพลังบวกดี ๆ ต่อไปนี้

        จากเวลากว่า 50 นาที ที่ได้พูดคุณกับน้องมีน มีหลายเรื่องราวที่ผมเกิดความประทับใจ และเกิดความรู้สึกตื่นเต้น ไปพร้อม ๆ กัน จากเหตุการณ์ที่นำไปสู่การเปลี่ยนครั้งสำคัญมากมายในชีวิตของมีน และ เมื่อได้ลองคำนวณนิดหน่อย ผลลัพธ์ที่ออกมา ก็คือ ในชีวิตของมีน มักจะต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง แบบก้าวกระโดด ในทุก ๆ 6 ปี จึงเป็นที่มาของจุดเริ่มต้นความน่าสนใจ สำหรับบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้นะครับ

มีน ไททศมิตร

ย้อนวัยกลับไปเมื่อสมัย ป.4

       มีน “จริง ๆ มีนเป็นเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่มีความสามารถอะไรโดดเด่น เล่นกีฬาก็ไม่ได้ ซึ่งในสมัยนั้น เด็ก ป. 1 – ป. 3 ก็มีทางเลือก แค่กีฬาบาส ฟุตบอล ส่วนดนตรีก็จะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งไปเลย ซึ่งก็จะมี โรงเรียนดนตรีบ้านครูแจ็ค ที่พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะส่งลูกไปเรียน จำได้ว่าตอนนั้นได้ดูคอนเสิร์ตของวงไหนสักวงหนึ่งที่ดังในสมัยนั้น ซึ่งจำชื่อวงไม่ได้ แต่แค่รู้สึกว่ามันเท่ดีนะ อยากลองเล่นกีตาร์ เราคิดว่าเราน่าจะทำมันได้ดี เพราะว่าแม่ก็ให้มีนฟังดนตรีตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ซึ่งพอได้ไปเรียนก็… จริงจัง ชอบ

การประกวดวงดนตรี

        ต้องขอยอมรับ ว่าเวทีสำหรับการประกวดวงดนตรีภายในจังหวัดกระบี่ยังมีน้อยมาก ซึ่งตัวอย่างของเวทีที่เป็นการเปิดโอกาสให้นักดนตรีได้แสดงความสามารถจริง ๆ คือ เวทีถนนคนเดิน (Krabi Walking Street)

       มีน “อย่างน้อยมันก็ดีมากนะ อย่างน้อยก็สร้างคนแบบผมอะ ปีหนึ่งมี 2 ครั้ง แต่มันจริงจังมาก ซึ่งพอโตขึ้นมาหน่อย วงดนตรีประกวด กับ วงที่ทำเพื่อความบันเทิงให้คนชอบ ก็จะไม่เหมือนกันแล้ว โดยส่วนตัวจะเป็นสายแบบ Director หน่อย ๆ เพราะ ชอบเสพคอนเสิร์ตมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว”

อาคาร 84 ปี
สถานที่สร้างความฝัน

        ขอเกริ่นให้ทุกท่านเข้าใจตรงกันสักนิดว่า อาคาร 84 ปี คือ อาหารที่ใช้ในการประชุม สำหรับโรงเรียนมัธยมของผมกับมีน และในทุก ๆ ปี จะมีการจัดงานวิชาการ ซึ่งเป็นงานที่เด็กทุกคนในโรงเรียนต่างเฝ้ารอ เพราะมีไฮไลท์ของงาน คือ วงดนตรีในโรงเรียนทุกวงจะได้ขึ้นแสดง ปล่อยพลังกันอย่างสุดความสามารถ

       มีนอาคาร 84 ปี นี้คือตัวสร้างความฝันของผมเลย จำได้ว่าตอนประมาณ ม.4 ผมไปยืนเล่นกีตาร์ให้เพื่อน ๆ หลักไม่กี่ร้อยคนฟัง แต่คือ ผมคิดขึ้นมาว่าถ้าวันหนึ่ง เราได้ยืนอย่างนี้ทุกวัน และมีคนดูเป็นหมื่น มันจะดีแค่ไหนกันนะ”

มีน ไททศมิตร
#taitosmith #taitosmithtour2020

จุดเปลี่ยนก่อนเข้ามหาลัย

        ผมได้ถามกับมีนว่า แบบนี้ก็เรียนตรงสายเลยสิ ซึ่งผมคิดว่าคำถามข้อนี้คงเป็นคำถามที่ธรรมดาที่สุดแล้วสำหรับการสัมภาษณ์ในวันนี้ แต่คำตอบที่ได้ กลับไม่ธรรมดาซะอย่างนั้น เพราะ..

       มีนเรื่องนี้มันพีคอยู่ ตรงที่ผมอะดื้อ คือ ตอนเด็ก ๆ ครูแจ็คก็จะสอนโน้ต เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปต่อยอดได้อยู่แล้ว ซึ่งผมไม่มีพื้นฐานตรงนี้ เพราะ ผมดื้อ ผมเล่นแต่เพลง แกะแต่เพลง ก็ไปต่อไม่ได้ ยอมรับว่าตอนนั้นก็แอบตัดใจ หลอกตัวเองว่า งั้นอาชีพนี้คงเป็นไปไม่ได้หรอก งั้นไปทางภาษาสากลแล้วกัน ซึ่งตอนนั้นก็สนใจภาษาอังกฤษพอดี แล้วก็ได้ทุน ม.กรุงเทพ พอดี ก็เลยตัดสินใจเข้าสาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบิน วิชาโทการโรงแรม”

เริ่มต้นในฐานะนักดนตรี

       มีน “เริ่มทำงาน เล่นดนตรี ตั้งแต่ตอนอยู่ ปี 1 เลย ซึ่งก็ยอมรับว่า เข้าไปเรียนได้แค่ 2 – 3 เดือน ใจก็ไม่ได้อยู่กับวิชาในคณะตรงนั้นแล้ว เพราะอยากเล่นดนตรีมากกว่า ก็เลยตัดสินใจเริ่มเล่นดนตรีกลางคืน หาเงินเอง ไม่นานก็ได้เล่น Backup ให้ศิลปินต่าง ๆ ซึ่งตอนนั้นคือ ลุยทุกทางจริง ๆ ทั้งเล่นดนตรีกลางคืน เล่น Backup และ ในเวลาเดียวกันก็ต้องเรียนให้ได้เกรดดี ๆ ไม่งั้นถ้าเกรดตก ผมจะต้องจ่ายค่าเทอมเอง และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดเลย คือ ถ้าผมเรียนเสร็จ แล้วกลับเข้าห้อง ผมจะรู้สึกเสียเปรียบมาก ๆ “

มีน ไททศมิตร
โคตรมัน!!! CR. @junioroh_

จุดเริ่มต้นของนามสกุล
“มีน ไททศมิตร”

       มีน “ถ้าพูดถึงร้านดนตรีกลางคืน จะมีร้านหนึ่งที่อยู่ข้างมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ชื่อร้านว่า Johny Rooster เป็นร้านที่จำกัดแนวเพลง เน้นเพลงอินดี้ เฉพาะตัว ไม่เอาเพลงตลาดเลย ซึ่งเจ้าของร้านคือ พี่จ๋าย นักร้องนำวง “ไททศมิตร” แล้วจะมีนักดนตรีที่เล่น ในร้านประจำวันจันทร์ – วันศุกร์ อย่างเช่นวันจันทร์ ก็จะเป็นพี่โมส นักร้องอีกคนในไททศมิตร วันอังคาร เป็นพีเจต มือเบส และ วันพุธก็จะเป็นตัวมีนเอง กับ พี่เจ มือคีย์บอร์ด”

        โอ้ว! ว้าว!…ผมได้ฟังประโยคนี้ ก็เลยเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมาในหัวว่า “เป็นเหมือนการเจอกัน โดยมิได้นัดหมาย” แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกครับ ผมเชื่อว่าทุกความบังเอิญ คือ ความตั้งใจ ในที่นี้ก็คือ ความตั้งใจของตัวเจ้าของร้านอย่างพี่จ๋ายเอง ที่คัดสรรทุกคนเข้ามาเล่นในร้าน จากความสามารถ และ สไตล์การเล่นเพลงที่ตรงกัน

       มีน “อยู่ ๆ วันหนึ่ง ก็มีคนโทรเข้ามาหา ผมเหมือนเพิ่งตื่น กับประโยคที่ว่า เอ้ย…มีน นี่พี่จ๋ายเองนะ พี่อยากทำวงเพื่อชีวิต มีนก็ตอบกลับไปว่า เอาดิ ๆ ๆ ๆ หลังจากนั้นก็คือยาวเลย ทำอย่างเดียว”

มีระยะเวลาเดิมพัน

        หลังจากมีน ได้ตอบตกลง ร่วมวง ไททศมิตร ในตอนนั้น และ นับจากวันนั้นไปอีกประมาณ 1 ปี คือ ช่วงเวลาสำคัญ ก่อนที่ Taitosmith จะได้เซ็นสัญญา กับค่าย Gene Lab

มีน ไททศมิตร
#taitosmith #taitosmithtour2020

ถ้าทำไม่สำเร็จ จะยอม

       มีน “จริง ๆ ช่วงนั้นอยู่ปี 4 แล้ว กำลังจะเรียนจบ ซึ่งที่บ้านก็อยากให้จบมา แล้วไปทำงานเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่สนามบินกระบี่ อยากให้กลับไปอยู่บ้าน ซึ่งตอนนั้นคือไม่อยากกลับ อยากเล่นดนตรี เพราะทุกวันนี้ก็เล่นดนตรีก็ได้เงินเหมือนกัน ในตอนนั้นก็คิดแหละว่า ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ก็เลยบอกพ่อไปว่า ใน 1 ปีหลังเรียนจบ ถ้าผมทำไม่สำเร็จ ผมจะยอม..

        และหลังจากนั้น ผมรู้สึกว่าทุกวันของผมมีความหมายมาก ทั้งต้องหาเงิน ทำเพลง ซ้อม ซึ่งมีน้อยคนมาก ๆ ที่จะเห็นจุดนี้”

ร้องไห้ ใต้สะพานลอย

       มีน “ก็มีช่วงนึงที่เหนื่อยมาก ๆ เพราะต้องแบกไว้ทั้งความกดดันของตัวเอง และจากทางบ้าน เคยขี่มอเตอร์ไซค์ สะพายกีตาร์ ไปเล่นดนตรีที่ร้านกลางคืนแถวเอกมัย ซึ่งในช่วงนั้นประเทศไทยมีฝนตกบ่อย ๆ พอดี พอฝนตก ผมก็จอดรอฝนหยุดที่ใต้สะพานลอย แล้วผมก็ร้องไห้ ซึ่งมันมาจากความเหนื่อย น้อยใจ ท้อ ก็ต้องขอบคุณตัวเอง ที่ยังคอยบอกตัวเองอยู่เสมอว่า ทำไปก่อน สักวันจะต้องเป็นวันของเราเองแหละ ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องมีรถดี ๆ บ้านดี ๆ แค่ลงมือทำให้เต็มที่ในทุก ๆ วันก็พอ

มีน ไททศมิตร
#taitosmith #taitosmithtour2020 #juthecrew
มีน ไททศมิตร
อย่างมันไอหนู55555 #taitosmith #taitosmithtour2020

ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า

        และในที่สุดวันที่มีนรอคอยก็มาถึง หลังจากระยะเวลาผ่านไปปีกว่า ๆ ความทุ่มเทที่ทำมาตลอด     ได้ปรากฏผลลัพธ์บางอย่าง และที่แน่ ๆ คือ มีนไม่ต้องกลับไปทำงานที่บ้านเกิด ตามความต้องการจากที่บ้าน นอกจากนั้น มีนยังได้ทำตามความฝัน เติมเต็มช่องว่างสำหรับคำถามในอดีต วันที่ยืนเล่นกีตาร์อยู่บนเวทีในงานวิชาการ ตอน ม.4 จากคนดูหลักร้อย สู่การได้เล่นในคอนเสิร์ตที่ใหญ่ระดับประเทศมากมาย

เพลงเพื่อชีวิต
ในมุมมองของ มีน ไททศมิตร

       มีน “ในมุมมองของผม ผมมองว่า เนื้อเพลงเป็นแค่คน ส่วนดนตรีเป็นแค่เสื้อผ้า หากใครคนหนึ่งต้องการจะพูดกับวัยรุ่น ไม่ว่าเขาจะอายุมากแค่ไหน แต่ถ้าเขาแต่งตัวให้เข้ากับวัยรุ่นได้ เขาก็อาจจะพูดได้ง่ายขึ้น”

เป้าหมายในฐานะศิลปิน

       มีน “นับจากตอนนี้ คือ ผมอายุ 25 ปี ผมไม่ได้คาดวังผลในระยะสั้น ผมมองว่าในตอนที่ผมอายุ 40 กว่า ๆ หรือสัก 45 ปี ถ้าตอนนั้นเพลงของผมมีเด็กรุ่นใหม่มาฟัง นั่นแหละคือความสำเร็จ รวมไปถึงการทำเพลง ผมขอให้มีเพียงสัก 1 ประโยค ใน 100 เพลง ที่ทำให้เขาคิดได้ แล้วมันเปลี่ยนแปลงชีวิตเขาได้ แค่นี้ผมก็กำไรแล้ว

มีน ไททศมิตร
พี่หมีโคตรโหด!!!! Cr @mhee.jedsada #bmmf11 #jedsadaphotography

ส่งต่อแรงบันดาลใจ

        มีน “พี่จ๋ายบอกกับผมว่า ถ้าทำอะไรสักอย่างหนึ่ง สมมุติเล่นดนตรี ทำไป 10 ปี แล้วยังอยู่ที่เดิม ก็ให้คิดว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแล้วแหละ ตัวเราหรือเปล่า สิ่งแวดล้อม หรือ สังคมรอบข้างหรือเปล่า ทุกอย่างมันใช้เวลาของมัน เราก็ต้องถามตัวเองว่าเราจริงจังกับมันแค่ไหน ก็ต้องเห็นผล และ ทุกอย่างมันต้องวัดผลได้ และผมก็โชคดีมาก ๆ ที่มีผู้ใหญ่หลาย ๆ คนคอยชี้แนะ อย่างพี่โอม cocktail เป็นผู้ที่ช่วยผมในทุก ๆ  เรื่องของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเก็บเงิน ลงทุน ซื้อรถ และ การวางแผนในระยะยาว”

        มีน “ผมว่าถ้าคนสู้จริง ๆ เขาจะรู้ว่าเขาต้องแลกกับอะไรมาบ้าง ทุกอย่างไม่มีอะไรฟรีสำหรับผม ผมแลกมาเยอะมาก ทั้งเวลา ความสัมพันธ์ คนรัก หรืออะไรก็ตาม ซึ่งในชีวิตผม ผมจริงจังมาก ย้อนกลับไปเรื่องที่บอกว่า ถ้าคุณทำอะไร 10 ปีแล้ว ตื่นเช้ามาคุณต้องทำนะ จริงจังกับมัน และมีแบบแผน ก็เพียงพอแล้วครับ”

        จากบทสนทนาเป็นเวลากว่า 50 นาที ผม ในฐานะผู้สัมภาษณ์ ผู้เขียน รุ่นพี่โรงเรียน แฟนคลับ “ไททศมิตร” และ แฟนคลับของ “มีน ไททศมิตร” รู้สึกดีใจมาก ๆ ชื่นชม และ ได้รับพลังบวก จากกำลังใจอันเข้มแข็ง และไฟอันร้อนแรงที่มีนจุดขึ้นมา จากวันที่ตัดสินใจเดินตามความฝัน มันไม่เคยมอดดับ แม้ท่ามกลางสายฝนที่มีนเจอ ยอมรับเลยว่า สัมผัสได้ในทุก ๆ ประโยค และนี่คือบทสัมภาษณ์ของ มีน ไททศมิตร ครับ

        ขอบคุณครับ

Special Thank :
Pannasit Sukhotu

Interviewer :
Nathachaya Yosmongkol
Choomsin Leelaburanapong

Writer :
Choomsin Leelaburanapong

Editor :
Taniya Nantasukon

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *