Surfskate เจ็บ!แต่ไม่จบ กับ ทฤษฎีความสุขสไตล์นายเรือ – The Chapt

Surfskate เจ็บ!แต่ไม่จบ กับ ทฤษฎีความสุขสไตล์นายเรือ

สวัสดีครับ

สวัสดีครับ ผมป่อง ชุมสิน ลีลาบูรณพงศ์ ผมมีความเชื่อมาเสมอว่า การที่ได้มารู้จักใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกครับ แต่เพราะว่ามันเป็นเรื่องของคนสองคน หรือ หลายๆคน ที่กำลังมีความสนใจในเรื่องๆเดียวกัน และ SurfSkate ก็ทำให้ได้เจอกับ ” นายเรือ ” หรือชื่อจริงๆ คือ โบ๊ท วสวัตติ์ อุยสุย ผู้ที่ทุ่มเท และ ใส่เต็มใส่สุด ให้กับทุกกิจกรรมที่ทำ

แน่นอน.. พี่โบ๊ทได้ทำให้ผมเห็นความสนุกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความสุขในทุกๆครั้งที่พี่ได้อยู่กับการเล่นเซิฟสเก็ต ก็เลยเป็นที่มาของบทสัมภาษณ์ แบ่งปันแนวคิดของนายเรือในครั้งนี้

คิดยังไงกับคำว่า ” เจ็บแต่จบ ” เชื่อว่ามันมีจริง?

นายเรือ : คิดว่า เจ็บแต่จบ มีจริง แต่จะเจ็บเท่าไหร่ จบที่ตรงไหน อันนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรหลายๆอย่างของแต่ละบุคคล บางคนเจ็บกับแผ่นแรกแล้วจบเพราะแค่ได้เล่นก็สุขแล้ว บางคนเจ็บ เพราะแผ่นแรกมันไม่เวิร์ค เลยมองหาแผ่นใหม่เพื่อให้จบ แต่ไม่รู้จะจบที่แผ่นไหนและต้องเจ็บอีกเท่าไหร่

เพราะมันมีอะไรใหม่ๆมาให้ลองอยู่ตลอด กาลเวลาผ่านเทคโนโลยีเปลี่ยน อะไรดีกว่า คนก็อยากจะลอง คนนั้นบอกดีคนนู้นบอกดัง สุดท้ายไม่ระวัง อาจมี “เจ็บซ้ำ” แน่นอน ” แต่ถ้านั่นคือความสุขหลายคนก็อาจจะยอมเจ็บเพื่อแลกกับความสุข ” เหมือนคำกล่าวที่ว่า ” ไม่อยากได้แล้วบอร์ดอยากได้คนมากอดมากกว่า “ เอ๊ะ!!! มันใช่หรอวะ ฮ่าา

เครดิตรูปภาพ : krabi focus and shoot

สายโม อะไรคือเสน่ห์ของการโมดิฟาย?

นายเรือ : เสน่ห์ของการโมดิฟาย คือ การได้ลองปรับ ลองงัด แงะ แกะ เกา จับอันนี้มาใส่อันนั้น จับอันนั้นมาสวมอันนี้ ได้มองเห็นจุดดีจุดด้อยของอุปกรณ์แต่ละอย่าง หาจุดที่เหมาะสมและลงตัว ปรับให้เข้าตัวเองมากที่สุด เป็นแรงกระตุ้นในการออกไปไถออกไปลองอะไรใหม่ๆที่ไม่ซ้ำจำเจ ปล่อยใจให้เป็นอิสระออกจากกรอบเดิมๆ ลองให้รู้และสุดท้ายก็กลับคืนสู่สามัญ ฮ่าาา

ตั้งแต่เล่นมาได้ ป้ายยา ไปกี่คนแล้ว?

เอิ่มมมม…ถ้าถามว่าป้ายไปแล้วกี่คน บอกได้เลยว่าเยอะมาก แต่จะสำเร็จมั้ยอันนี้ไม่ได้คาดหวัง เพราะเน้นป้ายอย่างเดียว ฮ่าาา แต่ไม่ใช่เห็นอะไรใหม่ๆแล้วก็ป้ายเลยนะ เราเองต้องมีข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วยว่า บอร์ดแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น จุดเด่น จุดด้อย มีอะไรบ้าง เหมาะกับผู้เล่นสไตล์ไหน รุ่นไหนถูก รุ่นไหนแพง ส่วนข้อมูลเหล่านี้ก็มาจากการอ่านรีวิวบ้าง จากประสบการณ์การเล่นของตัวเอง สัมภาษณ์ผู้เล่นรอบตัวบ้าง ฯลฯ แบ่งปันข้อมูลกันไป

วันใดวันนึงมีคนมาถามจะเลือกแผ่นแบบไหน เราเองจะได้ให้ข้อมูลได้ ทีนี้การป้ายยาครั้งต่อๆไปอาจจะสำเร็จก็ได้นะ ^

เครดิตรูปภาพ : atfoto

สุดท้าย… ได้อะไรบ้าง จากการเล่น เซิฟสเก็ต ?

เริ่มแรกอยากเล่นเซิร์ฟ แต่มีโอกาสน้อย เลยมองหาอะไรที่คล้ายๆ และก็มาเจอเซิร์ฟสเก็ต กะว่าเอามาซ้อมท่าทางก่อนจะลงทะเลจริงๆ พอได้มาก็หัดไถไป เปิดคลิปเรียนรู้การเล่นไปเรื่อยๆ ลองไปเรื่อย ถูกบ้างผิดบ้างปนๆกันไป เล่นสักพัก เอ้อ มันก็แค่นี้แหละมั้ง ไถ เลี้ยว วน ไถ วน เลี้ยว พอ… เล่นคนเดียวเริ่มเบื่อ กลับไปวิ่งเหมือนเดิมดีกว่า หายเงียบไปอยู่พักนึง

ก็มีเพื่อนชวนไปที่สวนสาธารณะธารา ไอ้เราก็ เอาวะ…มีเพื่อนเล่นเผื่อได้อะไรใหม่ๆ พอเข้าไปจริงๆ เข้!!! ทำไมคนเล่นเยอะงี้วะเนี่ย จากที่รู้แค่ไม่กี่คน ไปๆมาๆเกือบร้อยคน พอเห็นแบบนี้มันก็เริ่มสนุก มีแรงจูงใจในการเล่นมากขึ้น ทีนี้ก็เข้าเมืองแทบจะทุกวัน เจอหน้ากันบ่อยขึ้นก็สนิทขึ้น เลยทำให้มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกกลุ่มนึง จากกลุ่มเล็กๆมันก็ขยายขึ้นเรื่อยๆ ลุกลามไปต่างจังหวัดอีก โว๊ะ!!! อะไรกันครับเนี่ย นอกจากจะได้เพื่อนเพิ่มมา

อีกสิ่งนึงที่รู้สึกภูมิใจและไม่คิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้คือ ทุกคนในกลุ่มยอมรับให้เราสอนเล่นเซิร์ฟสเก็ต ใครเข้ามาก็ให้พี่คนนี้สอนนะ ซึ่ง…เอิ่ม….เราเองก็ไม่ได้เก่ง เริ่มเล่นด้วยตัวเองบ้างเรียนรู้จากคนอื่นบ้าง และไอ้ที่เล่นๆอยู่นี่ไม่ชัวร์ด้วยว่าจะถูกต้องตามหลักสากล(มันมีมั้ยวะ) แต่…เอาวะ เค้าคงเห็นว่าเรามีความสามารถ จะรออะไรล่ะ ลุย!!!

ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถสอนคนอื่นให้เล่นได้ ซึ่งหลายคนก็เล่นได้และยอมรับในตัวคนสอนอย่างเรา เอาเป็นว่าดีใจและขอบคุณทุกคนที่มั่นใจในตัวเรา อาจจะมีดุบ้าง เคี่ยวเข็ญบ้าง ก็ขออภัยและน้อมรับคำติชมทุกอย่างครับ

ป่อง : เห็นไหมครับ ยิ่งพี่ตอบ ยิ่งพี่เล่า ทำให้ผมรับรู้ ตอกย้ำในสิ่งที่ผมได้เห็นเสมอมา และ สามารถสรุปเป็น ทฤษฎีความสุข ได้ 1 ประโยต นั้นก็คือ…

” ปริมาณ หรือ มูลค่า บอร์ดที่มี ไม่ได้สำคัญไปกว่าปริมาณความสุขที่ได้รับเลย “

ทฤษฎีความสุข

ขอบคุณครับ

1 Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *