โค้ก สารมาศ ปรับกลยุทธ์จากธุรกิจ Local สู่โลกออนไลน์เต็มตัว

โค้ก สารมาศ ปรับกลยุทธ์จากธุรกิจLocal สู่โลกออนไลน์เต็มตัว

สารมาศ

สารมาศ

สารมาศ ดีเวลลอปเม้นท์ จริงๆ เริ่มต้นจากการเป็นฟรีแลนซ์ทำคนเดียวมาได้สักระยะนึงก่อน ประมาณ 1 ปี และในระยะเวลานั้น ก็ได้รับๆงานโรงแรมใหญ่ๆถึง 3 โครงการในช่วงเวลานั้น ซึ่งเหนื่อยมาก เลยคิดต้องมีคนช่วยแล้ว ก็เลยเริ่มรับพนักงานเข้ามา ก่อตั้งเป็นออฟฟิศ จากวันนั้น จนวันนี้ สารมาศกำลังจะครบรอบ 6 ปี ในวันที่ 30 มิถุนายน นี้แล้ว

หลังเรียนจบ

ถ้าให้เริ่มนับหลังเรียนจบ คือ เคยมีโอกาสได้ฝึกงานกับบริษัทระดับประเทศ และ จบมาได้ทำที่เดิมโดยทันที เกือบๆ 1 ปี หลังจากนั้นมีความคิดอยากเรียนต่อต่างประเทศ แต่ทางบ้านไม่อนุมัติเลยกลับมาอยู่กระบี่ ด้วยความผิดหวังเคยประชดชีวิตเบาๆโดยการไม่ทำงานเลย เกือบครึ่งปี ใช้ชีวิตโดยใช้เงินเก็บทั้งหมด แต่มาวันนึงเริ่มโดนความกดดันจากทางบ้าน ญาติพี่น้อง จึงเริ่มหางานในกระบี่ทำ ก็เลยได้มีโอกาสเป็นพนักงานประจำอีกครั้ง โดยก่อนจะออกมาเป็นฟรีแลนซ์ ก็ประมาณ 3 ปี ในการเป็นพนักงานประจำในตำแหน่ง สถาปนิก (อ่านเพิ่มเติม : สถาปนิก คือ อะไร? ต้องเรียนอะไร หน้าที่รับผิดชอบ และ การทำงาน)

เกาะยาวน้อย คัมภีร์พลิกชีวิต

ซึ่งเป็นงานที่ได้รับการแนะนำจากพี่สาวคนนึง นั้นก็คือพี่แพร (แพร ประติภา สถาปนิกผู้หลงใหล การสร้างฝันจากแผ่นกระดาษ ให้เป็นจริง) นี้แหละ ในตำแหน่ง ” สถาปนิกหน้างาน ” เรียกได้ว่าเป็นระยะเวลา 1 ปีเต็ม ที่คิดว่าคงต้องเป็นการทำงานที่สบาย ตื่นมาเจอทะเล.. เอาเข้าจริงคือไม่เลย เรียกได้ว่าพลิกชีวิต ไม่ใช่อย่างที่คิด ไม่ใช่การพักผ่อน เหงามาก ไม่มีเพื่อนเลย ซึ่งอยู่ที่นั้น เราเป็นเด็กสถาปนิกก็จริง แต่เราไม่ได้เก่งรายละเอียดงานก่อสร้าง แถมยังเป็นบริษัทต่างชาติ ภาษาอังกฤษก็ยังไมไ่ด้เก่งมาก ต้องใช้ทุกกระบวนท่าในการจัดการงาน แต่ต้องขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ช่วยเหลือเราตอนนั้น เพราะเราก็เด็กสุดในโครงการ 1 ปีที่ได้อยู่ในงานก่อสร้าง ได้เรียนรู้ทุกอย่าง ถือว่าเป็นคัมภีร์พลิกชีวิต เสริมแกร่งให้ตัวเองเลยก็ว่าได้

สารมาศ

จุดเปลี่ยนจากความไว้วางใจ

จุดเปลี่ยนอีกครั้งก่อนจะเป็น สารมาศได้เต็มตัว คือ ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนให้ไปช่วยดูแลโครงการใหญ่ เป็นโรงแรมที่เกาะพีพี เป็น 1 ในงานที่คิดว่าเพิ่มพูนวิชาได้อีกขั้น หลังจากที่ได้ศึกษาคัมภีร์ที่เกาะยาวน้อย ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขอบคุณเพื่อนที่ให้โอกาส เพราะ สิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมมากขึ้น คือองค์ความรู้ และ เทคโนโลยี ในการจัดการโรงแรม ทั้งหมด ตั้งแต่การคิดชื่อ คิดคอนเซ็ปส์ใหม่ทั้งหมดด้วยซ้ำ กลายเป็นว่างานนี้คืองานที่เป็นใบเบิกทางไปเลยจริงๆ

จุดพีคที่สุด

จุดพีคที่สุดของสารมาศ คิดว่าเป็นช่วงปีที่ 2-3 เพราะ เคยมีพนักงานในบริษัทสูงสุดที่ 10 คน รวมสถาปนิคในบริษัท และ สถาปนิกหน้างานด้วย ใน 1 วัน เคยเดินดูแลโครงการทั้งหมด 5 โครงการ ในวันเดียว ซึ่งเป็นโรงแรมทั้งหมด

Covid-19

ช่วงแรก 3-4 เดือน คิดว่าไม่กระทบมาก เพราะยังมีงานรองรับอยู่ แต่พอมาเจอระลอกที่ 2 เริ่มมีปัญหา บวกกับพนักงานเริ่มลาออก กลายเป็นว่าในแต่ละวันที่ต้องเข้ามาที่ออฟฟิศ นั่งที่โต๊ะทำงาน แต่กลับรู้สึกว่างเปล่า เลยคิดได้ว่าเคยทำคอนเทนต์ออนไลน์อยู่บ้าง เลยได้นำกลับมารื้อดูใหม่อีกครั้ง

สารมาศ

เริ่มก้าวสู่ยุคออนไลน์

จริงๆ ต้องบอกว่า สารมาศก็เริ่มต้นจากออนไลน์นะ เพราะงานแรกที่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อน ก็เป็นผลมาจากการที่เราอัพผลงานลงหน้าเฟสส่วนตัวเป็นประจำ จนเกิดความไว้ใจจากเพื่อนที่เข้ามาเห็น แต่ถ้าให้พูดถึงออนไลน์ในรูปแบบสื่อ และ ผลิตคอนเทนต์เองเลย ก็จะมี Youtube ที่เราเคยทำรีวิวบ้าน แล้วทียอดคนดูหลักแสนคน , Facebook เพจ ที่ตอนนี้มีในการดูแลอยู่ 3 เพจ คือ แปลนบ้าน , All Good และ สร้างบ้าน หรือแม้กระทั้ง Website สร้างบ้าน ที่รวมข้อมูลพื้นฐานการสร้างบ้านเอาไว้ ซึ่งเราก็เริ่มทำมาได้สักระยะแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เต็มที่กับมันสักเท่าไหร่ ในวิกฤต ก็ยังมีโอกาส ได้ลองเข้ามาศึกษาเต็มตัว ลองผิดลองถูก ด้วยตัวเองอีกครั้ง ทั้งการไปลงเรียนยิงแอด การจ้างทำ Website ทำคอนเท้น และ การทำวิดีโอพูดรีวิวบ้าน ก็ตาม

ผลลัพธ์

ผลลัพท์คือกล้าพูดเลยว่า เพิ่งมีเข้ามาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเอง เพราะเข้าใจแล้วว่าการทำออนไลน์ ต่อให้คุณมีคอนเทนต์ดีแค่ไหน สื่อในมือมากแค่ไหน แต่ถ้าจังหวะ และ จัดการกลุ่มเป้าหมายไม่ได้ คือจบเลย นี่กล้าบอกเลยว่าเคยมีลูกค้าทักแชทมาเดือนนึงกว่า 400 ข้อความ แต่ปิดการขายไม่ได้เลย จนต้องเอาข้อความมาวิเคราะห์ จนเริ่มปิดการขายได้ใน%ที่มากขึ้น และ ข้อดีที่สำคัญของโลกออนไลน์ คือ คอนเทนต์ไม่มีทางหายไปไหน และคอนเทนต์ไหนที่สามารถคงทำเงินให้เราได้ เราก็ทำการโปรโมทต่อไปเรื่อยๆจนถึงทุกวันนี้ได้ รวมไปถึงเรามีลูกค้าจากประเทศลาว จากจังหวัดต่างๆในประเทศไทย ที่ไม่เคยเจอหน้ากัน แต่เขาก็ให้ความไว้วางใจในการจ้างเราให้ออกแบบบ้าน ส่วนตัวก็เลยคิดว่าทั้งหมด คือ ผลมาจากการที่เราพยายามสร้างตัวตนในโลกออนไลน์ และ สร้างความน่าเชื่อถือจากการทำเพจ ซึ่งผลลัพท์เกินความคาดหวังไปมากๆ และผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่แพ้โลกออฟไลน์เลย และยิ่งชัดเจนไปมากกว่านั้น คือ ทำให้เห็นว่าการทำออนไลน์ไม่สามารถคาดหวังผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาวันสองวันหรอก แต่ต้องเป็น 3-6 เดือนขั้นต่ำต่างหาก

เป้าหมายต่อไป

ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้รายได้จากการทำออนไลน์ สามารถ Cover ค่าใช้จ่ายของสารมาศได้แล้ว และ ยังสามารถทำกำไรได้ด้วยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา และเคยแอบตั้งเป้าหมายไว้ว่าอยากเป็นเจ้าคอนเทนต์ในวงการสถาปัตย์ 555 ที่ผ่านมาทำได้ดีแล้ว เริ่มได้รับผลลัพธ์ การลงทุน และ การลองผิดลองถูกไป แต่ยังต้องพัฒนาให้ดีกว่านี้ สารมาศต้องทำให้ดีเหมือนเดิมในฐานะธุรกิจท้องถิ่น แต่สื่อออนไลน์ก็ต้องดีกว่าเดิม และ มีลูกค้ามากขึ้นๆๆ กว่านี้ให้ได้ครับ

สารมาศ

ขอบคุณครับ